อันยองฮาเซโย..................

เฮ้อหายไปนานโครตๆๆๆๆ ไม่มีเวลามาup blog เลยอันเนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ ทำไห้ไม่มีเวลามาupเลย ทั้งblogเด็กดีและexteen วันนี้เป็นเลิกงามยามดีที่นังแอมแปร์จะได้เอาficมาต่อซะที

ก่อนอื่นขอบอกตามตรงอีกประการหนึ่งที่มันหายไปนานเนื่องจากมันหาสมุดficที่เขียนไว้ไม่เจอแงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 คนสวยอยากตายเพิ่งลงได้แค่2ตอนแต่มันดันหายไปซะงั้น

เฮ้อแต่ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จ(พยายาม)อยู่ที่นั้น วันนี้เลยคิดว่าจะลองมาupสดดู 

 ตายแน่ไอ้แอมแปร์งานนี้ เอาวะลองดูสักตั้งเพื่อดงบัง(มันเกี่ยวตรงไหนว่ะเนี่ย)

 

เลิกเรียน(บอกเพื่อ...)

ยุนโฮได้เดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนสนิทอย่างคูฮยอนทุกวัน และวันนี้ก็เช่นกัน

"เฮ้ยถึงทางแยกหมู่บ้านฉันแล้วว่ะ ไปก่อนนะยุนโฮ แล้วเจอกันพรุ่งนี้"คูฮยอนพูดพร้อมวิ่งออกไปและโบกมือไห้เพื่อน

"อืม  เจอกันพรุ่งนี้"ยุนโฮตะโกนบอกคูฮยอนและออกเดินทางกลับบ้านตนเอง

แต่เมื่อมาถึงสวนสาธารณะ เขาก็เจอกับใครบางคนที่เขาไม่อยากเจอ

"ว่าไงยุนโฮ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สบายดีไหม"เด็กนักเรียนคนหนึ่งที่ดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับบุคคลที่ถูกทัก

"อืม ก็ดี แต่ก็ไม่ได้เจอแกนานจริงๆล่ะนะก็......ตั้งแต่แกแพ้ฉันคราวที่แล้วใช่ไหม ฮันยอง"ยุนโฮพูดพร้อมจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่สะทกสะท้าน 

ฮันยองผู้ที่ถูกสบประมาท ได้แต่กำมือแน่นเพื่อระงับความโกรธที่พุ่งสูง

"แก พูดดีไปเถอะ คราวที่แล้วมันอาจเป็นวันของแก แต่คราวนี้มันเป็นวันของฉัน"ฮันยองพูดจบ ก็มีเด็กนักเรียนจากคูเนะไม่ต่ำกว่า10คนเดินเข้ามาล้อมยุนโฮไว้

"แก ไอ้พวกหมาหมู่ "ยุนโฮสบถเบาๆแต่ก็ดังพอที่ฮันยองจะได้ยิน

"สำหรับฉันมันไม่มีกฏอะไรหรอก ฉัน รู้จักแต่คำว่าชนะ"พอฮันยองพูดจบ ทุกคนก็กรูเข้าหายุนโฮ

ยุนโฮทั้งแตะ ต่อย หลบ เป็นพัลวัน ถึงเขาจะเก่งแค่ไหนแต่การที่ต้องสู้กับผู้ชายที่รูปร่างไกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่า10คนมันย่อมเสียเปรียบอยู่ดี

ขณะที่ยุนโฮเป็นฝ่ายเสียเปรียบและถูกต้อนซะจนมุม ก็มีรถสปอร์ตคันหนึ่งวิ่งผ่านมาและจอดลงที่ตรงนั้น พร้อมมีเสียงตะโกนดังออกมา

"ช่วยด้วยครับตรงนี้มีคนทะเลาะกัน คุณตำรวจครับ ทางนี้ครับ"เสียงหวานๆตะโกนขึ้น เมื่อพวกของฮันยองได้ยินคำว่าตำรวจก็วิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ปล่อยไห้ยุนโฮนอนหมดสภาพอยู่อย่างนั้น

เมื่อร่างบางเห็นว่าคู่อริออกไปกันหมดแล้วก็เปิดประตูรถเดินมาดูอาการคนเจ็บพร้อมทั้งไม่ลืมหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย(ลูกมาเฟียจำเป็นต้องมีติดตัวอะน่ะ)

เมื่อเดินมาถึงเขาก็เข้าไปประคองร่างสูงขึ้นนั่งที่ม้านั่งไกล้ๆ

"นายเป็นไงบ้าง ดูสิเลือดออกเยอะเลย"เสียงหวานทักยุนโฮขึ้น 

ยุนโฮหันไปมองหน้าเจ้าของเสียนหวานที่ช่วยเขา  เขาก็ถึงกับอึ้ง ร่างบางตรงหน้ามีใบหน้างดงามราวนางฟ้า ดวงตากลมโต และอีกทั้งปากบางสีชมพูที่ทำไห้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ยุนโฮได้แต่คิดในใจ*ผู้หญิงหรือผู้ชายว่ะสวยเป็นบ้า*

แจจุงเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปก็หันไปมอง "นายเป็นไงบ้างตอนนี้ รู้สึกดีขึ้นไหม"

ยุนโฮได้ยินเสียงของแจจุงก็ตื่นจากภวังค์

"ออ..อืม ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ" ยุนโฮอ้อมแอ้มตอบโดยไม่กล้ามองหน้าคนตรงหน้า ก็เขากลัวจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแร้งแทบจะกระโดดออกมา

"อืม ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะ นายกลับบ้านเองได้น่ะ"แจจุงถามร่างสูงที่เงียบไป พร้อมเอาผ้าเช็ดหน้าพันแผลที่ข้อมือของร่างสูง

"อืม นี่ยาแก้ปวดนายอย่าลืมทานล่ะ เดี๋ยวพอปวดขึ้นมามันทรมานน่ะ"แจจุงพูดพร้อมยัดยาใส่มือของร่างสูง

"งั้นฉันกลับก่อนนะ มืดแล้ว"แจจุงพูดพร้อมลุกขึ้นยืนและหันมายิ้มไห้ร่างสูงที่นั่งอึ้งอยู่

ยุนโฮนั่งมองร่างบางที่เดินไปขึ้นรถและขับออกไปอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ที่แน่ๆตอนนี้เขารู้ว่าเขารู้สึกดีกับร่างบางนั่นมากๆเลย ยุนโฮก้มลงมองยาที่อยู่ในมือและผ้าเช็ดหน้าของร่างบางที่ไห้เข้าไว้ด้วยสายตาที่ไม่เคยมีใครได้เห็น

ณ.ตระกูลโอยามิ

"กลับมาแล้วครับ"แจจุงพูดขึ้นพร้อมเดินเข้าไปในบ้าน ลูกน้องพอเห็นนายอีกคนของบ้านก็ก้มหัวทำความเคารพ

แจจุงเดินไปที่ห้องนั่งเล่นที่มีจุนซูนั่งอยู่

"อ้าวไหนนายบอกว่าวันนี้มีกิจกรรมที่คณะไง ทำไมกลับมาเร็วจัง"แจจุงถามน้องชายตัวเล็กที่นั่งดูทีวีอย่างตั้งอกตั้งใจ

"อ๋อ... พอดีวันนี้เขาเลื่อนน่ะครับผมก็เลยได้กับเร็ว"จุนซูตอบโดยไม่ได้ละสายตาจากทีวี แจจุงมองน้องชายและส่ายหัวเบาๆ

"แล้วทำไมนายไม่โทรหาพี่ จะได้กลับพร้อมกัน"

"ก็.............ผมอยากนั่งรถไฟกลับเองบ้างน่ะครับ มันไม่เคยนั่งอ่ะ พี่แจจุงอย่าโกรธผมน่ะครับ"ร่างเล็กพูดพร้อมขยับมาไกล้ๆพี่ชายก่อนเอาหัวกลมๆไถที่ไหล่ร่างบางอย่างอ้อนๆ

"นายก็อย่างนี้ทุกที ชอบทำไห้พี่เป็นห่วง"แจจุงมองน้องชายฝาแฝดก่อนเอามือขยี้ผมเล่นเบาๆ

"OK คราวหน้าผมจะโทรบอกพี่แล้วกันนะครับ"ร่างเล็กพูดพร้อมชูนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อเป็นการสัญญา

"ได้พี่เชื่อ ..........แล้วชางมินไปไหนล่ะ"แจจุงถามเมื่อไม่เห็นน้องอีกคน

"ผมอยู่นี่ครับพี่"ชางมินพูดขึ้นพร้อมถือชาม(เน้น....ชาม)ที่มีpopcornอยู่จนเกือบล้นเดินออกมาจากในครัว

"นี่นายจะกินหมดเหรอนั่น"เสียงหวานเล็กๆของจุนซูทักน้องชายที่เดินมานั่งข้างตัวเอง  ซึ่งแจจุงและจุนซูก็ได้แต่นั่งมองชางมินอย่างอึ้งๆ

"โธ แค่นี้จิ๊บๆ พี่จุนซู"ชางมินพูดทั้งที่ยั้งเคี้ยวอยู่  พี่ชายทั้งคู่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา

"คุณหนูครับ วันนี้คุณลีทึกบอกว่าวันนี้จะกลับดึก ไห้คุณๆหาอะไรทานไปก่อนเลยครับ"คิฮยอนลูกน้องคนสนิทของลีทึกเดินเข้ามาบอกนายน้อยทั้งสามของบ้าน

"อ้าว  ไหงเป็นงี้แล้วใครจะทำกับข้าวไห้ผมทานละเนี่ย"ชางมินโวยวายขึ้น

"จะไห้ผมโทรสั่งอาหารไห้ไหมครับ"คิฮยอนเสนอความคิดเห็น

"ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง"แจจุงพูดขึ้น แล้วคิฮยอนก็เดินออกไป  ชางมินมองหน้าแจจุง

"พี่จะทำอาหารเองเหรอ"ชางมินถามขึ้น

"อืม "แจจุงรับคำสั้นๆก่อนเดินเข้าไปในครัว ชางมินหันไปมองหน้าจุนซูแบบขอความคิดเห็น

"เชื่อมือ พี่แจจุงเถอะ ฝีมือพี่แจจุงระดับเชฟโรงแรมเลยน่ะ"จุนซูพูดขึ้นสนับสนุนแจจุง ชางมินจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับเบา

และอาหารเย็นตรงหน้าก็ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อยโดยชางมินคนเดียวเพิ่มข้าวถึง4ครั้ง

"อืม ฝีมือพี่แจจุงอร่อยจริงๆ อร่อยกว่าพี่ลีทึกทำอีก"ชางมินพูดชมพี่ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ

"ถ้านายชอบ วันหลังพี่จะทำไห้ทานอีก"แจจุงหันมาพูดกับชางมิน

"จริงนะครับ งั้นผมคงเจริญอาหารแน่เลย"ชางมินพูดอย่างมีความสุข

"แค่นี้นายยังเจริญไม่พอหรือไงชางมิน"จุนซูพูดแขวะชางมิน ชางมินได้แต่มองจุนซูอย่างค้อนๆ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะของทั้ง3อย่างสนุสนาน

TO  BE  CON

********************************

เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ ในที่สุดก็upสดผ่านไปได้ แต่ไม่รู้จะดีไหมล่ะเนี่ย ยังไงก็ฝากผู้อ่านเม้นบอกด้วยแล้วกันนะค่ะ

Sayoonara

 

 

 

edit @ 6 Nov 2007 12:28:04 by ^_^miae*

edit @ 6 Nov 2007 12:29:28 by ^_^miae*

edit @ 6 Nov 2007 12:33:56 by ^_^miae*

edit @ 8 Nov 2007 18:16:40 by ^_^miae*

เรื่องมันเศร้า

posted on 05 Nov 2007 20:39 by miae

 

 แหะๆๆๆๆ  วันนี้ไม่มีอะไรแต่เนื่องจากหายไปนานไม่ได้up blog นานโครต พอเข้ามาเห็นweb new lookไหม่หมดโอ้โห สวยมาก แอมแปร์ไปอยู่ไหนมาไม่ได้up blogซะนานก็เลยคิดว่าจะมาupมันซะหน่อยล่ะกัน

   

 

เรื่องแรกคอนเสริตดงบัง                                                                                                             

  ขอบอกตามตรงเลยว่าอิฉันไม่ได้ไป ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่องมันเศร้า

พลาดจากงานแถลงข่าวแล้ว ยังพลาดคอนเสริตอีกอะไรมันจะซวยขนาดนั้น

 ในวันแถลงข่าวอยากไปน่ะสอบเสร็จพอดีด้วย โทรหาน้องชายถามว่าว่างไหมจะไห้มารับที่หนามบิน(พอดีเรามันเด็กต่างจังหวัดน่ะ)

 น้องมันน่ะว่าง ดีใจว่าจะได้ไป เพราะโทรไปอ้อนตังค์แม่เรืองค่าตั๋วเครื่องบินได้ไม่บอกใครด้วยกะว่าจะโม้ซักหน่อย

รู้ไหมความหวังเราพังทลาย

 เมื่อแฟนน้องชายเราโทรไปโม้กับน้องสาวเราว่าวันที่14ดงบังมาแถลงข่าวที่เมืองไทย

พอมามี๊ทราบเรื่องคงไม่ต้องเดาไช่ไหมว่ามันเกิดอะไร

 มามี๊โทรมาถามว่าไอ้ตัง3000เอาไปทำไม ไอ้เราก็งงอยู่ดีๆแม่เรามาถามเรื่องนี้ทำไม

ก็บอกว่าค่าตั๋วกลับบ้านไงแม่    รู้ไหมมามี๊เราผู้แสนจะรักลูกสาวบอกเราว่าไง

"ไม่ต้องกลับมาเลยอยู่ที่มอ นั่นแหละ ปู  พิซซ่า แคท ก็ไม่กลับมาไม่ไช่เหรอ(อ้อ ไอ้3คนนั้นมันเพื่อนสนิทเราที่มหาลัยน่ะ)อยู่เป็นเพื่อนกันนั่นแหละปิดเทอมไม่กี่วันเองเดี๋ยวต้องเริ่มทำสัมมนาไม่ใช่เหรอ"

มามี๊เล่นร่ายยาวเลยไอ้เราก็เหวอกินนะสิครับแม่เล่นดักทางกันแบบนี้เลยเหรอ

เราก็สงสัยเลยโทรไปหาน้องสาวเรา มันบอกว่า"มามี๊ทราบเรื่องที่พี่จะไปสยามพารากอนแล้ว เรื่องดงบังด้วยเพราะพี่ต้อมโม้ไหญ่เลยว่าจะไปดูดงบังชินกิ"

แค่นั้นแหละไอ้แอมแปร์เป็นลมล้มพับลงบนเตียงนอนเลย ดีน่ะที่ยังไม่โทรไปจองตั๋ว

แม่ฉันเล่นโทรมาดักกันก่อนมิฉะนั้นฉันคงได้ไป(เพราะมันคืนตั๋วไม่ได้)

จบข่าวเครียด ไม่ได้ไป ดูทางnetก็ได้ว่ะ ฮือๆๆๆๆๆๆๆเรื่องมันเศร้าเคล้าน้ำตา

ฉะนั้นยังไม่พอ กะว่าจะได้ไปดูคอน 

ไม่ได้ไปเพราะอาจารย์นัดpresent projectประมาณกลางๆเดืนธันวาซึ่งมันก็ตรงกับช่วงคอนพอดี

ไอ้เรื่องนี้เราทำใจมานานแล้วล่ะเพราะอาจารย์บอกนานแล้วแต่พอเอาเข้าจริงก็แทบอยากจะร้องไห้

วันเกิดลูกเซียด้วยทำไมฉันช่างโชคร้ายขนาดนี้

อุตสาห์อยากไปร้องHappy brith dayก็ไม่ได้ไป(อันนี้แม่เราไม่ว่าเพราะเรื่องดูคอนเป็นเรื่องปกติน้องสาวมันก็ไปดู  มันไปดูแดนบีม อะน่ะ ฮือๆเศร้า)

โอ้ย ถึงไม่ได้ไปอยู่ไกล้ๆไหนๆก็มาเหยียบแผ่นดินไทยเราร้องhappy brith day อยู่ที่นี้ก็ได้น้องเซียคงรับรู้นะ

เดี๋ยวจะส่งมะพร้าวกวนเป็นของขวัญนะ อิอิอิ จบอีกเรื่อง

ปล.ถ้าใครไปอย่าลืมเอาเรืองราวมาแบ่งกันบ้างนะ

และอีกเรื่องที่แสนจะสำคัญ

เนื่องจากว่าเราได้ไปอ่านblogหรือว่าบางกระทู้ที่เขาว่า ดงบัง ไว้น่ะ

เราอ่านแล้วเราอึ้งโดยเฉพาะเรื่องจุนซู

ทำไมแฟนคลับเขาว่าแรงกันจังน่ะ

ช่วงแรกที่เราเจอนะเราเลิกทุกอย่างเกี่ยวกับดงบังเป็นอาทิตย์

เพราะเรารับไม่ได้เพราะไม่นึกว่าแคสซิโอเปียเมืองไทยจะเล่นกันแบบนี้เลย

เราเข้าใจว่าบางครั้งเรื่องที่จุนซูพูดจุนซูทำมันอาจทำไห้แฟนคลับบางคนไม่พอใจ 

เพราะต่างคนนั้นต่างความคิดและแคสซี่ทุกคนก็ไม่ได้ชอบคนเดียวกัน

มันเลยทำไห้เกิดกระแสต่างๆกัน

แต่เราไม่เห็นด้วยที่ไปเขียนว่าจุนซูแบบนั้นเพราะจุนซูก็เป็นหนึ่งในสมาชิกดงบังเหมือนกัน

พวกคุณเรียกตัวเองว่าแคสซิโอเปียได้เต็มปากเต็มคำทั้งที่พวกคุณไม่ได้รักพวกเขาทั้ง5คน

แต่รักเพียงคนไดคนหนึ่งมันถูกต้องแล้วเหรอเราก็ไม่ได้หวังไห้รักพวกเขาทั้ง5คนหรอกน่ะ

แต่ถึงจะเกลียดยังไงกรุณาเก็บความรู้สึกด้วยอย่าเที่ยวมาโพสไปเรื่อย

พวกคุณก็รู้กันดีว่าอินเตอร์เนตมันเป็นโลกเสรีถ้าชนชาติอื่นได้เห็นเขาจะมองแฟนคลับไทยอย่างไร  

เราเองยอมรับว่าเราชอบจุนซูที่สุดในวงและเราก็รู้เรื่องนิสัยของจุนซูแต่เรารับเขาได้เพราะเราเลือกที่จะมองในทางที่ดีของเขา

ขอโทษด้วยล่ะกันนะค่ะสำหรับใครที่เข้ามาเจอแล้วไม่พอใจ แต่เราคิดว่าblogนี้เราคงแสดงความคิดเห็นได้

edit @ 5 Nov 2007 21:47:51 by ^_^miae*

edit @ 5 Nov 2007 21:49:58 by ^_^miae*

edit @ 5 Nov 2007 21:58:37 by ^_^miae*

เฮ้อในที่สุดความซวยก็มาถึงแล้วอะไรมันจะโชคร้ายขนาดนี้ เห็นรายชื่ออาจารย์สอบโปรเจคแล้วอยากจะเป็นลมสุดยอดทั้งนั้น แถมวันจันทร์นี้จะสอบfinal แล้ว ยังไม่มีอะไรในหัวเลยจะเอาอะไรไปสอบละเนี่ย เครียดจนจะบ้าอยู่แล้วหนังสือก็ไม่อ่านมานั่งup blogอยู่ได้ หนังสือมันเห็นแล้วเครียดอ่ะ ไม่อยากอ่านเลย เอาละหยุดความเครียดไว้ก่อน(หรือจะเครียดกว่าเดิมไม่รู้)มาupลูกชายมาเฟียก่อนละกัน

ณ.โรงเรียนคุโรคิน

วันนี้ลีทึกได้รับมอบหมายไห้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาคนไหม่ของห้อง3Dห้องที่ได้ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยวสุดๆและเห็นทีท่าว่าปีนี้จะไม่มีใครเรียนจบซะด้วย ลีทึกเดินไปตามทางอันแสนจะรกรุงรังแบบมั่นใจสุด(ตายเป็นตายละงานนี้)เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง(ห้อง3D)ขณะที่ลีทึกเปิดประตูกำลังจะก้าวเข้าไปก็มีกระป๋องชอร์คหล่นลงมาแต่ลีทึกไวกว่าสามารถเตะกระป๋องชอร์คออกไปได้ ลีทึกกวาดสายตาไปรอบๆห้องก่อนจะเดินไปหยุดที่หน้าห้อง

"พวกนายต้อนรับอาจารย์ที่ปรึกษาคนไหม่อย่างนี้เลยเหรอ มิน่าละใครๆในโรงเรียนนี้จึงไม่มีใครสนใจพวกนายก็เพราะนายทำตัวกันแบบนี้"ลีทึกหยุดพูดพร้อมกวาดสายตามองเด้กทุกคนในห้อง แต่ไม่มีปฎิกิริยาตอบรับเลย

"แต่ฉัน ปาร์คจองซูจะทำไห้พวกนายเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของโรงเรียนนี้ไห้ได้"พูดเสร็จก็ทำท่ามั่นใจสุดๆ ขณะเดียวกันก็มีสมุดเล่มหนึ่งลอยละลิ่วมาเกือบจะถึงหน้าลีทึกแต่ลีทึกก็รับไว้ได้

"นี่สมุดใคร"ลีทึกถามพร้อมมองไปรอบๆห้อง

"ของผมเอง พอดีมันหลุดมือ"ยูชอนที่กำลังหลับอยู่งัวเงียตื่นขึ้นมา ลืทึกเดินไปหายูชอนพร้อมวางสมุดไว้บนโต๊ะ

"วันหลังก็ระวังหน่อยละกัน เดี๋ยวมันจะหายเอา"

"เอาละวันนี้ฉันจะยังไม่พูดอะไรมาก แค่มาทักทายกันก่อนเพราะเรายังจะต้องเจอกันอีกนาน แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะเด็กๆ"ลีทึกพูดเสร็จก็ออกจากห้องไป

"นายว่าครูคนไหม่เป็นไงบ้าง"คูฮยอนตั้งคำถามกับยุนโฮทันทีที่ลีทึกออกจากห้องไป

"ก็งั้นๆแหละยังไงก็ไม่ต่างกับคนก่อนๆหรอก"

"แต่นายก็เห็นแล้วนี่ ว่าคนนี้ไม่เหมือนกับคนก่อนๆที่ถูกเราแกล้ง"

"ช่างมันเถอะ"ยุนโฮพูดขึ้นด้วยอาการสงบนิ่ง

"โธ่เว้ย โครตหนวกหูเลย"ยูชอนตะโกนขึ้นทำไห้ทุกคนในห้องเงียบ

"ถ้ามันหนวกหูนัก ก็ไปอยู่ที่อื่นเซ่"ยุนโฮยังพูดด้วยความสงบนิ่ง ยูชอนจ้องมองหน้ายุนโฮแบบเคืองๆ

"แล้วนายกับฉันจะได้เห็นดีกัน"ยูชอนพูดขึ้นก่อนจะเดินจากห้องไป พร้อมฮยอกแจที่วิ่งตามออกไป

edit @ 7 Jan 2008 14:16:06 by ^_^miae*